ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่นและขนาดต่างๆ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานของคุณ
ตะแกรงเหล็กฉีกรุ่นและขนาดต่างๆ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานของคุณ
ตะแกรงเหล็กฉีก (Expanded Metal Mesh) เป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้ในงานก่อสร้าง อุตสาหกรรม และงานตกแต่งภายใน ด้วยความแข็งแรง ทนทาน และน้ำหนักเบา อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งขนาดและความหนาได้หลากหลาย ทำให้เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบที่แตกต่างกัน
บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ ประเภทและขนาดของตะแกรงเหล็กฉีก พร้อมคำแนะนำในการเลือกใช้ให้เหมาะกับงานของคุณ
1. ประเภทของตะแกรงเหล็กฉีก
ตะแกรงเหล็กฉีกสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ตามลักษณะการใช้งาน ได้แก่
1.1 ตะแกรงเหล็กฉีกมาตรฐาน (Standard Expanded Metal)
🔹 มีโครงสร้างเป็นช่องข้าวหลามตัด (Diamond Shape) ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยที่สุด
🔹 ใช้กันอย่างแพร่หลายในงานพื้น รั้ว กันตก แผงกันแดด และงานตกแต่ง
🔹 แข็งแรง ทนทาน และระบายอากาศได้ดี
1.2 ตะแกรงเหล็กฉีกแบบแบน (Flattened Expanded Metal)
🔹 ผ่านกระบวนการรีดให้พื้นผิวเรียบ ทำให้ดูสวยงามขึ้น
🔹 เหมาะสำหรับงานตกแต่ง งานฝ้าเพดาน และงานที่ต้องการพื้นผิวเรียบเพื่อความปลอดภัย
🔹 มีความแข็งแรงน้อยกว่าตะแกรงเหล็กฉีกมาตรฐาน แต่มีความสวยงามมากกว่า
1.3 ตะแกรงเหล็กฉีกแบบหนัก (Heavy Duty Expanded Metal)
🔹 ใช้เหล็กหนาและมีขนาดช่องตะแกรงที่กว้างขึ้น
🔹 เหมาะกับงานที่ต้องรับน้ำหนักสูง เช่น พื้นสะพาน ทางเดินอุตสาหกรรม และฝาปิดรางระบายน้ำ
🔹 มีความทนทานต่อแรงกดและแรงกระแทกได้ดี
1.4 ตะแกรงเหล็กฉีกแบบสเตนเลสและอลูมิเนียม (Stainless & Aluminum Expanded Metal)
🔹 ทำจากวัสดุที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อน เหมาะกับงานที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีหรือน้ำ
🔹 น้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม อายุการใช้งานยาวนาน
🔹 เหมาะกับงานอุตสาหกรรมอาหาร งานตกแต่ง งานภายนอกอาคาร
2. ขนาดของตะแกรงเหล็กฉีกที่นิยมใช้
ตะแกรงเหล็กฉีกมีหลากหลายขนาด โดยสามารถเลือกตาม ขนาดของช่องตะแกรง ความหนา และความกว้างของแผ่นเหล็ก ซึ่งมักจะใช้หน่วยมิลลิเมตร (มม.) หรือหน่วยนิ้ว
2.1 ขนาดช่องตะแกรง (Mesh Size)
- ขนาดเล็ก : ช่องตะแกรง 6x12 มม. - 10x20 มม.
✅ ใช้สำหรับงานตกแต่ง งานกันตก งานกรองอากาศ - ขนาดกลาง : ช่องตะแกรง 15x30 มม. - 25x50 มม.
✅ ใช้สำหรับงานรั้ว แผงกันแดด และแผงกั้นในอุตสาหกรรม - ขนาดใหญ่ : ช่องตะแกรง 30x60 มม. - 50x100 มม.
✅ ใช้สำหรับงานพื้นทางเดิน งานโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักสูง
2.2 ความหนาของเหล็ก (Thickness)
-
- 1.2 มม. - 2.3 มม. → เหมาะสำหรับงานเบา เช่น งานตกแต่งและฉากกั้น
- 3.0 มม. - 4.5 มม. → เหมาะสำหรับงานปานกลาง เช่น รั้ว แผงกั้น และพื้นทั่วไป
- 5.0 มม. - 9.0 มม. → เหมาะสำหรับงานหนัก เช่น พื้นสะพาน ฝาปิดรางระบายน้ำ และโครงสร้างโรงงาน
2.3 ขนาดของแผ่นตะแกรงเหล็กฉีก
-
- ขนาดมาตรฐาน : 4x8 ฟุต (1.22x2.44 เมตร)
- ขนาดใหญ่พิเศษ : 5x10 ฟุต (1.52x3.05 เมตร)
- สามารถสั่งผลิตตามขนาดพิเศษได้
3. วิธีเลือกขนาดตะแกรงเหล็กฉีกให้เหมาะกับการใช้งาน
การเลือกใช้ตะแกรงเหล็กฉีกให้เหมาะสม จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความคุ้มค่าในการใช้งาน แนวทางเลือกขนาดตะแกรงเหล็กฉีกตามประเภทงาน มีดังนี้
🔹 งานรั้วและแผงกั้น – ควรเลือก ช่องตะแกรงขนาดกลาง (15x30 มม.) และความหนาประมาณ 2.3-3.0 มม.
🔹 งานพื้นทางเดินและสะพาน – ควรเลือก ตะแกรงขนาดใหญ่ (30x60 มม.) และมีความหนาอย่างน้อย 5.0 มม. เพื่อรับน้ำหนักได้ดี
🔹 งานตกแต่งภายใน – ควรเลือก ตะแกรงที่มีช่องเล็ก (6x12 มม.) และความหนาประมาณ 1.2-2.3 มม. เพื่อความสวยงาม
🔹 งานอุตสาหกรรมและเครื่องจักร – ควรเลือก ตะแกรงเหล็กฉีกแบบหนัก (Heavy Duty) และมีความหนามากกว่า 6.0 มม.
4. ข้อควรพิจารณาในการเลือกซื้อตะแกรงเหล็กฉีก
✅ วัสดุที่ใช้ผลิต – เลือกใช้เหล็กดำ เหล็กชุบกัลวาไนซ์ หรือสแตนเลสตามสภาพแวดล้อมการใช้งาน
✅ ขนาดที่เหมาะสม – คำนึงถึงความแข็งแรง น้ำหนัก และพื้นที่ติดตั้ง
✅ มาตรฐานคุณภาพ – ตรวจสอบมาตรฐาน เช่น มอก. (TIS) หรือ ASTM
✅ งบประมาณ – เปรียบเทียบราคากับคุณสมบัติของตะแกรงเพื่อให้ได้ความคุ้มค่าที่สุด
5. สรุป
ตะแกรงเหล็กฉีกมีหลากหลายรุ่นและขนาดที่สามารถนำไปใช้ได้ตามประเภทงานต่างๆ ตั้งแต่งานโครงสร้าง งานอุตสาหกรรม ไปจนถึงงานตกแต่งภายใน การเลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของโครงการของคุณ
หากคุณกำลังมองหาตะแกรงเหล็กฉีกที่มีคุณภาพ ควรเลือกวัสดุที่เหมาะสม ตรวจสอบขนาดให้ถูกต้อง และเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ได้สินค้าที่ทนทานและมีอายุการใช้งานยาวนาน
