เลือกประเภทของตะแกรงเหล็กฉีกอย่างไรให้เหมาะกับงานของคุณ

ตะแกรงเหล็กฉีก (Expanded Metal) คือวัสดุที่ผ่านกระบวนการฉีกและยืดจากแผ่นเหล็กให้กลายเป็นรูตาข่ายหลากหลายรูปแบบ โดยไม่ต้องใช้การเชื่อมหรือการต่อชิ้น ทำให้เกิดความแข็งแรงทนทาน มีน้ำหนักเบา และใช้งานได้หลากหลาย ทั้งในงานอุตสาหกรรม ก่อสร้าง งานตกแต่ง รวมถึงการใช้งานเฉพาะทาง

แต่ด้วยความที่ตะแกรงเหล็กฉีกมีหลายประเภท หากไม่เข้าใจลักษณะและข้อดีของแต่ละแบบ ก็อาจเลือกผิดประเภท ส่งผลให้ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือเกิดปัญหาภายหลังได้ ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับประเภทของตะแกรงเหล็กฉีก พร้อมแนวทางการเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน


แบ่งตามลักษณะของผิวหน้า

1. ตะแกรงเหล็กฉีกแบบตาเรียว (Raised Type หรือ RB)

ลักษณะพื้นผิวของ ตะแกรงเหล็กฉีก แบบนี้จะไม่เรียบ มีความนูนของขอบตาข่าย เหมาะสำหรับงานที่ต้องการ กันลื่น หรือ ยึดเกาะกับพื้นรองรับ ได้ดี เช่น พื้นทางเดินในโรงงาน บันไดเหล็ก หรือทางลาด

ข้อดี:

  • ตะแกรงเหล็กฉีกแบบนี้ยึดเกาะรองเท้าได้ดี

  • ปลอดภัยเมื่อติดตั้งในพื้นที่เปียกหรือมีความชื้น


2. ตะแกรงเหล็กฉีกแบบตาเรียบ (Flattened Type หรือ FL)

ผ่านกระบวนการรีดผิวหน้าให้เรียบหลังการฉีกและยืด ทำให้ได้แผ่นที่มีพื้นผิวเรียบสม่ำเสมอ สวยงาม และง่ายต่อการตกแต่ง เหมาะสำหรับงานภายนอกและภายใน เช่น ผนัง ฝ้า ระแนง หรือหน้ากากอาคาร

ข้อดี:

  • สวยงาม เรียบเนียน

  • ง่ายต่อการพ่นสีหรือเคลือบผิว

  • ตะแกรงเหล็กฉีกแบบนี้เหมาะกับงานตกแต่งสไตล์โมเดิร์น


แบ่งตามวัสดุที่ใช้ผลิตตะแกรงเหล็กฉีก

3. ตะแกรงเหล็กฉีกเหล็กแบบดำ (Steel Expanded Metal)

เป็นตะแกรงเหล็กฉีกพื้นฐาน ผลิตจากเหล็กแผ่นดำ นิยมใช้งานทั่วไป เช่น ทางเดิน พื้นอุตสาหกรรม กรงเหล็ก และโครงสร้างรับแรง

ข้อดี:

  • ราคาถูกที่สุด

  • มีให้เลือกหลากหลายขนาด

ข้อควรระวัง:

  • ควรชุบกันสนิมหรือพ่นสีเพื่อยืดอายุการใช้งาน โดยเฉพาะหากใช้กลางแจ้ง


4. ตะแกรงเหล็กฉีกเหล็กแบบชุบสังกะสี (Galvanized Expanded Metal)

ผลิตจากแผ่นเหล็กที่ผ่านการชุบสังกะสีก่อนนำมาฉีก นิยมใช้กับงานภายนอกอาคาร งานรั้ว หรือพื้นที่ที่สัมผัสน้ำหรือความชื้น

ข้อดี:

  • ทนต่อสนิมและการกัดกร่อน

  • อายุการใช้งานยาวนาน

  • ไม่ต้องพ่นสีเพิ่ม


5. ตะแกรงเหล็กฉีกแบบสแตนเลส (Stainless Expanded Metal)

ผลิตจากแผ่นสแตนเลสแท้ เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานต่อเคมี กรด ด่าง และไม่เป็นสนิม เช่น ห้องคลีนรูม งานตกแต่งหรูหรา หรือพื้นที่ที่ต้องการความสะอาดสูง

ข้อดี:

  • ไม่เป็นสนิม 100%

  • ดูแลรักษาง่าย

  • มีความเงางาม หรูหรา

ข้อเสีย:

  • ราคาสูงกว่าวัสดุอื่น


6. ตะแกรงเหล็กฉีกแบบอลูมิเนียม (Aluminum Expanded Metal)

มีน้ำหนักเบามาก และไม่เป็นสนิม จึงนิยมใช้ในงานตกแต่งหรือในโครงสร้างที่ต้องการลดน้ำหนัก เช่น แผงหน้ากากอาคาร ฉากบังแดด หรือเฟอร์นิเจอร์ภายนอก

ข้อดี:

  • น้ำหนักเบาที่สุด

  • ไม่เป็นสนิม

  • ขึ้นรูปง่าย


แบ่งตามขนาดช่องตาข่ายของตะแกรงเหล็กฉีก

  • ตาเล็ก (Fine Mesh): เหมาะกับงานตกแต่ง ผนัง ฉากกั้น หรือพื้นที่ที่ต้องการความโปร่งแบบละเอียด

  • ตากลาง (Medium Mesh): ใช้งานอเนกประสงค์ได้ทั้งโครงสร้างและตกแต่ง

  • ตาใหญ่ (Heavy Mesh): ใช้ในงานที่ต้องการรับแรง เช่น พื้นทางเดิน พื้นชั้นลอย หรือรั้วกันความปลอดภัย


แนวทางการเลือกใช้งาน

  1. พิจารณาตำแหน่งการติดตั้ง

    • หากใช้ภายนอก ควรเลือกวัสดุที่ กันสนิมได้ดี เช่น เหล็กชุบสังกะสี หรือสแตนเลส

    • หากใช้ภายในอาคารหรือพื้นที่แห้ง อาจเลือกแบบเหล็กดำแล้วพ่นสีภายหลัง

  2. ลักษณะการใช้งาน

    • งานรองรับน้ำหนัก เช่น พื้นทางเดิน ควรใช้ แบบตาเรียว (RB) ที่กันลื่นได้ดี

    • งานตกแต่ง ควรเลือก แบบตาเรียบ (FL) เพื่อความเรียบร้อย

  3. ความสวยงามและดีไซน์

    • สำหรับงานที่เน้นการตกแต่ง อาจเลือกอลูมิเนียมหรือสแตนเลสที่มีความเงางาม และสามารถพ่นสีพิเศษเพื่อให้เข้ากับสไตล์ของอาคาร

  4. งบประมาณ

    • ตะแกรงเหล็กฉีกแบบเหล็กดำราคาถูกที่สุด แต่ต้องคำนึงถึงค่าเคลือบกันสนิมในระยะยาว

    • หากต้องการวัสดุจบงานในตัว ให้เลือกวัสดุตะแกรงเหล็กฉีกที่มีการชุบหรือเคลือบผิวมาแล้ว


สรุป

การเลือก ตะแกรงเหล็กฉีก ที่เหมาะสม ไม่เพียงแค่เลือกจากราคา แต่ต้องพิจารณาจากประเภท ลักษณะการใช้งาน สภาพแวดล้อม และความต้องการด้านความงามของแต่ละโครงการ ตะแกรงเหล็กฉีกแต่ละประเภทมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน หากเลือกได้ถูกต้อง จะช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความสวยงามให้กับงานของคุณได้อย่างแท้จริง

Similar Posts